สนุกละครเสียงอีสานเด็กไทยไม่กินหวาน

จาก ข่าวสด
วัน พฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 00:05 น.

 

จาก ปัญหาเด็กไทยชอบดื่มน้ำอัดลม รับประทานขนมขบเคี้ยว ก่อให้เกิดโรคอ้วนและฟันผุตามมา ผลสำรวจพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาลในเด็กชั้น ป.5-6 ในปี 2549 พบว่า เด็กบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 20 ช้อนชาต่อวัน เกินความ จำเป็นที่ร่างกายต้อง การน้ำตาลถึง 3 เท่า นายวิรัช เวชสิทธิ์ ผอ.โรงเรียนบ้านราษฎร์เจริญ ต.เจริญธรรม อ.วิหารแดง จ.สระบุรี นำโรงเรียนเข้าสู่โครงการเครือข่าย เด็กไทยไม่กินหวาน จ.สระบุรี เมื่อปี 2549 ซึ่งทันตแพทย์หญิงสุวรรณา สมถวิล หัวหน้ากลุ่มงานทันตกรรมสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี จัดทำขึ้นด้วยการบูรณาการกิจกรรม ไม่กินหวาน ควบคู่กับการเรียนการสอนในกลุ่มสาระต่างๆ

ทางโรง เรียนมอบหมายให้ครูนฤมล บุญเลิศ และคณะ จัดทำบทละคร เชิญชวนให้เด็กนักเรียนไม่กินหวาน บทละครและการแสดงของนักเรียนสร้างความฮือฮามาก เพราะนอกจากเนื้อหา บทบาทการแสดงของตัวละครแล้ว เด็กๆ ยังใช้ภาษาถิ่น สำเนียงอีสาน สร้างความสนุกสนาน จึงเปิดแสดงให้ชมทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง ก่อนขยายไปแสดงในชุมชนท้องถิ่น และโรงเรียนอื่นๆ ทั้งในและนอกอำเภอ นายวิรัชกล่าว

 

บทละครเรื่อง ไม่กินหวาน เล่าถึงการที่เด็กๆ ต้องเดินผ่านร้านขนมป้าทวายซึ่งตั้งอยู่หน้าโรงเรียน ป้าทวายบอกว่า เด็กๆ ขอให้ป้าเปลี่ยนชนิดของขนมที่นำมาขายให้เลือกขนมที่มีประโยชน์ และป้าทวายเองก็สังเกตเห็นว่า น้ำอัดลมและขนมกรุบกรอบขายไม่ดีเหมือนแต่ก่อน ในที่สุดต้องเลิกขาย เด็กๆ ทำให้ป้าทวายเป็นแม่ค้าแรงสำคัญคนหนึ่งของโรงเรียนที่ใส่ใจดูแลสุขภาพด้าน การบริโภคน้ำตาล

ลุงเทียม แจ่มดี อายุ 60 ปี พ่อค้าร้านขายของชำในหมู่บ้าน ครูชาวบ้านที่มาสอนดนตรีไทยให้เด็กๆ ซึ่งเป็นที่รักของนักเรียน ให้ความร่วมมือแก่ครูและนักเรียนในการทดสอบสารปนเปื้อนอาหารภายในร้าน พร้อมกับช่วยแนะนำการเลือกบริโภคอาหารแก่ชุมชนด้วย

 

ด.ช.วีระ พิมพ์ศิริ ชั้นม.3 กล่าวว่า หลังจากรู้ว่า การกินหวานทำให้เกิดโทษต่อร่าง กาย จึงช่วยโรง เรียนรณรงค์ไม่กินหวาน ด้วยการไปบอกพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และร่วมแสดงละครไม่กินหวานออกเผยแพร่ในโรงเรียนต่างๆ และในชุมชน

 

ด.ญ.ไพลิน วงศ์ราษฎร์ ชั้นม.2 เล่าว่า ขณะนี้ในครอบครัวทุกคนลดการกินหวานแล้ว และยังชักชวนเพื่อนๆ ไม่กินน้ำอัดลม ขนมถุงเคลือบน้ำตาล ถ้าทุกคนช่วยกันรณรงค์ลดการกินหวาน จะช่วยประเทศประหยัดค่ารักษาสุขภาพได้อีกด้วย

 

ด้านอ.พเนศ ต.แสงจันทร์ ผอ.โรงเรียนแสงวิทยา จ.สระบุรี กล่าวว่าที่โรงเรียนใช้วิธีแทรกข้อมูลเรื่องไม่กินหวานในวิชาการเรียนการสอน ตั้งแต่ปี 2549 ภายในโรงเรียนก็ไม่ให้มีน้ำอัดลมและอาหารรสหวานขายเด็ดขาด ซึ่งมีอีกหลายโรงเรียนจะเข้าร่วมกับโครงการรวมพลังเครือข่ายเพื่อเด็กไทยไม่ กินหวานอีกด้วย

หน้า 24

บันทึกโพสใน จากเน็ต. Leave a Comment »

ฝรั่ง “วิตามิน ซี” สูง

ฝรั่ง

ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินซี เหนือกว่าส้ม 5 เท่า และมีแคลเซียมเป็นปริมาณสูง (ซึ่งไม่ดีต่อคนเป็นโรคหัวใจนะจ๊ะ เพราะแคลเซียมอาจไปเกาะในหลอดเลือด ทำให้เลือดเดินไม่สะดวกได๋ฮ่า)

ฝรั่งโตเต็มที่ จะมีวิตามินซีสูงกว่าฝรั่งสุก และวิตามินซีมีมากที่ผิวนอกมากกว่าเนื้อใน จึงไม่ควรปอกเปลือกฝรั่ง เป็นแหล่งวิตามินซีที่สำคัญ

วิตามินซีมีความสำคัญต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อ  ถ้าขาดวิตามินซีจะทำให้กล้ามเนื้อไร้สมรรถภาพ เกิดตะคริว และกล้ามเนื้ออ่อนล้า  ภาวะพร่องวิตามินซี เส้นเลือดฝอยเปราะง่ายมีเลือดกำเดาไหลบ่อยๆ แสดงถึงความอ่อนแอ ของเส้นเลือดฝอยจากการขาดวิตามิน ซี

นอกจากนั้น ฝรั่งยังเป็นแหล่งของวิตามินเอและบี กรดนิโคตินิก ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม เหล็ก โฟเลต และให้ปริมาณกากใยสูง โดยที่มีไขมันต่ำและให้พลังงานแค่เพียงผลละ 25 แคลอรีเท่านั้น เพราะฉะนั้น การกินฝรั่งเยอะๆ ทำให้ลดน้ำหนักลงได้มาก

วิธีเลือกฝรั่ง ก็มีหลายวิธี บางคนบอกว่าใช้วิธีเคาะ ถ้าเสียงแน่นมากๆ รสจะฝาด บางคนก็บอกว่าฝรั่งอร่อยต้องดูที่ผิวถ้าผิวเรียบ ขาว (เขียวอ่อนมากๆ) จะเป็นฝรั่งที่อร่อย รสไม่ฝาด เนื้อไม่แข็งนัก

ไม่รู้คนอื่นมีวิธีเลือกฝรั่งอร่อยๆ ยังงัยมั่ง?

ไม่ว่าจะยังงัย ฝรั่งที่ผิวดี ราคาก็ดี

เชื่อไหมว่า ฝรั่งผิวสวยพวกนี้เขาจะเอากระดาษหนังสือพิมพ์ หรือถุงก๊อบแก๊บมาห่อไว้ตั้งแต่ลูกเล็กๆ

ไม่เชื่อถามฝรั่งดู

ปล. ฝรั่งข้างบนเป็นฝรั่งฮอลแลนด์ นั่งดูบั้งไฟพญานาคริมโขง (หลายปีมาแล้ว) จะลองไปถามว่าห่อหนังสือพิมพ์หรือถุงก๊อบแก๊บแต่เกิดหรือเปล่า ก็ได้นิ (ภาพจาก pantip.com)