วันก่อนไปไหว้พระ ที่วัดพระแก้ว คนมากมาย กะว่าจะไปไหว้พระให้สบายใจ แต่ไปเจอ เนียะ ภาพบาดตาบาดใจนี้น่ะ

- โฆษณาที่ทางเข้าวัดพระแก้ว
คิดว่าอย่างไรกันบ้างครับพี่น้อง กับโฆษณาที่มีอยู่ในวังหลวงแบบนี้?
เห็นแล้วนึกถึงเรื่องการให้สปอนเซอร์หรือโฆษณาในโรงเรียนจริงๆ
บางคนอาจจะคิดว่าไม่ซีเรียส แต่จริงๆ แล้ว น่าเศร้านะ
เคยได้ยินชื่อโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ที่มีทั่วประเทศ หรือ โรงเรียนทีโอเอ วิทยามั้ย?
พี่น้องคิดยังงัยมั่งล่ะ ที่บรรดาธุรกิจเข้าไป “อุปถัมภ์” โรงเรียนท้องถิ่น เพื่อช่วย “ยกระดับการศึกษา” โดยใช้ชื่อของธุรกิจมาเป็นชื่อโรงเรียน?
วิธีคิดแบบเดียวกันนี้ก็มีในหมู่โรงเรียนดังๆ อย่าง สตรีวิทยา เทพศิรินทร์ สวนกุหลาบ เตรียมอุดมฯ ที่โรงเรียนที่เป็นต้นตำรับให้การสนับสนุนด้านวิชาการกับโรงเรียนในเครือ ซึ่งโรงเรียนในท้องถิ่นหลายที่ก็ยอมเปลี่ยนชื่อ เพื่ออาศัย “แบรนด์” ของโรงเรียนดังๆ เหล่านี้มาดึงเด็กในท้องถิ่นให้มาเรียน
วันอาทิตย์, มกราคม 4, 2009 ที่ 16:46
ความจริงก็น่าเศร้าอย่างนี้เสมอแหละเนอะ แต่ถ้ามัวแต่นึกเศร้า เราก็คงจะไม่ได้ก้าวออกไปที่ไหนได้อีก ยังยืนยันคำเดิมว่าลุกขึ้นมาช่วยกันผลักและดันกระแสเรื่องการสร้างสุขภาพ ภายใต้กลยุทธ์แบบเดียวกับที่แสร้งสุขภาพเขาใช้กันอยู่นี่เถอะ วิธีการยังไม่รู้ แต่ขอหาพวกเราให้เจอกันจริงๆก่อน มาช่วยกันสักตั้งดูมั้ย ไม่เห็นมีอะไรต้องเสียนี่นา เขาขายได้ฉันใด เราก็ย่อมขายได้ฉันนั้นแล
วันจันทร์, มกราคม 5, 2009 ที่ 09:53
ที่จริงเป็นโฆษณาอะไรก็ไม่สมควรสพหรับสถานที่เช่นนั้น ส่วนเรื่องที่คนบริจาคเงินแล้วตั้งชื่อสถานที่เป็นชื่อของตัวเองหรือผลิตภัณฑ์ เป็นเรื่องที่คงต้องมีนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ ไม่อย่างนั้น เราคงมีโรงเรียน เลย์วิทยาคม หรือ ดัชมิลล์วิทยา ซักวันแหงๆ คงเท้ พิลึก 555+
วันจันทร์, มกราคม 5, 2009 ที่ 11:33
ไม่ทราบความจำเป็นของคนทำ แต่อยากทราบความคิด เพราะว่าเธอทำได้ประเจิดประเจ้อดีมากค่า ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมมั้ย..ต้องพิจารณา แต่ขาดไอเดียริเริ่มสร้างสรรค์นั้น..แน่นอน คนอย่างนี้ก็เป็นใหญ่เป็นโตได้เหมือนกันเฮะ!!!
วันพุธ, มกราคม 7, 2009 ที่ 13:23
นี่ไง…ท้าทายออก
อยากให้ทางเครือข่ายหรือผู้ที่อยากทำเรื่องนี้จริงๆจังๆ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมประดับความรู้ของทีมเครือข่ายในต่างจังหวัดหน่อยซิค่ะ ว่ามาติดอยู่ไดอย่างไร ใครอนุญาตฺ และผู้ที่อนุญาติ เค้าคิดอย่างไร บริษัทเองคิดอย่างไร เราต้องเดินหน้าจริงๆจังๆและถ้าให้ดี หลังจากนี้ 1 เดือน ป้ายนี้ถูกเอาออก นั่นแสดงว่าเราสามารถเดินหน้าเรื่องของ Food marketing ได้แน่ เผลอๆเราจะได้แนวร่วมในการทำงานนี้อีก อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ อาจารย์พัท สาธิตหน่อยนะค่ะ
ใจร้าวก็จบซะแล้ว ไม่อยากให้นำมาฉายอีก
วันศุกร์, มกราคม 9, 2009 ที่ 10:55
เห็นได้ชัดเจนเรื่องกระแสทุนนิยมมันหนักขนาดไหน ถ้าจะทำงานต่อไปต้องปรับที่วิธีคิดกันเลยล่ะ
วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2009 ที่ 12:15
ฉันรักคนอุบล